การฝึกอบรมเรื่อง “ภาวะความเป็นผู้นำในตัวเอง” ให้กับองค์กรต่างๆ ส่วนใหญ่แล้ว ผู้เข้าอบรมจะรู้สึกว่า เราสามารถบริหารลูกน้อง(ผู้ใต้บังคับบัญชา) ได้อย่างสบาย แต่ที่ติดอยู่จะเป็นหัวหน้า ซึ่งไม่ค่อยเข้าใจและไว้วางใจ ทำให้เรารู้สึกเครียด ซึ่งโดยสรุปแล้ว คือเขาเป็นผู้นำลูกน้องได้ แต่หัวหน้าเป็นผู้นำเขายังไม่ได้ (เขาคิดไปเอง)
คุณสันติก็เช่นเดียวกัน ที่ให้ความคิดว่า “หัวหน้าควรมาอบรมหลักสูตรนี้” เพราะยังเป็นผู้นำที่ไม่ดี ส่วนเขาสั่งน้องได้อยู่แล้ว คงไม่ต้องอบรมอะไรแล้ว ผมเลยขออนุญาตคุณสันติ เพื่อทำโค้ชชิ่ง (Coachinig) ในคลาสเลย
คุณสันติครับ
ขออนุญาติโค้ชชิ่ง แนวความคิดเรื่องการมองหัวหน้าหน่อยนะครับ
ได้ครับอาจารย์
เชิญถามได้เลยครับ
หัวหน้าคุณสันติมีข้อดีบ้างหรือไม่ครับ?
มีบ้างครับ
เช่น เขาเป็นคนตั้งใจทำงาน, คอยช่วยเหลือบ้าง แต่ดุไปหน่อยครับ
ไม่ค่อยฟังใครเลย
หัวหน้าให้งานคุณสันติมากไหมครับ?
มากซิครับ
เพราะผมยอมทำตามที่เขาสั่ง เขาก็เลยสั่งใหญ่เลย ทีคนอื่นไม่ค่อยสั่ง
ไม่รู้เป็นอย่างไร เห็นผมง่ายๆมั้ง
แล้วคุณสันติ
ทำงานนั้นได้หรือไม่ครับ?
ได้ครับ ผมก็ทำเสร็จทุกครั้ง บางครั้งงานยากแต่ผมถือว่า
ต้องรับผิดชอบ ผมก็ทำเสร็จ เลยโดนสั่งอยู่เรื่อย
ถ้าคุณสันติเป็นหัวหน้าแล้วสั่งลูกน้องให้ทำงาน
คุณสันติจะเลือกคนที่ไว้วางใจให้ทำงานยากๆ หรืองานใหม่ๆ
หรือไม่ครับ?
แน่นอนอยู่แล้วครับ
เราต้องให้คนที่เราเชื่อมั่น และไว้วางใจซิครับ งานถึงจะเสร็จ
ลูกน้องคุณสันติที่คุณสันติไว้วางใจจะให้งานเยอะกว่าคนอื่นใช่หรือไม่ครับ
ใช่ครับ
อาจารย์ เพราะผมตั้งใจพัฒนาเขาไปด้วย เลยให้เยอะหน่อย
ลูกน้อง
รู้สึกอย่างไรครับ ที่คุณสันติให้งานเขาเยอะ เขารู้สึกดีว่าคุณสันติไว้วางใจ
หรือคิดว่าคุณสันติแกล้งที่ให้งานเขาเยอะ
100%
ไม่แน่ใจครับ อาจารย์หมายความว่า…………………
ครับ!
หัวหน้าอาจคิดอย่างที่คุณสันติกำลังคิดกับลูกน้องอยู่ก็ได้ว่าอยากพัฒนาเลยให้งานเยอะ
เพื่อให้ผ่านความยากลำบาก
จะได้เติบโตมาแทนเขาในอนาคต
จริงครับ
มีโอกาสเป็นไปได้ ผมทำไมไปน้อยใจเขานะ
เป็นเรื่องธรรมดาครับ
ที่คนเรา ไม่ค่อยอยากลำบาก หรือต้องทำงานเยอะ ดังนั้นควรมองเป็นมุมบวก
กับหัวหน้าเราก็จะอยากทำงานนั้นมากขึ้นไปเองครับ
ขอบคุณมากครับ
ผมคงต้องเปลี่ยนมุมมองของผมใหม่แล้วครับ
ดีแล้วครับ
แล้วจะไปขอโทษหัวหน้าบ้างไหมครับ